www.one-stophr.com header-one
จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น... และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนที่ให้อภัยตนเอง
 

  www.one-stophr.com main-onestop
Username
Password

   
ความรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจ

 ปัจจัยที่มีส่วนในการพิจรณาเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจ

ขนาดของธุรกิจ 
            ถ้าเป็นกิจการขนาดเล็ก ควรเลือกรูปแบบที่เป็นคนๆเดียวเป็นเจ้าของ  แต่ถ้ากิจการขนาดกลางหรือใหญ่  ก็ควรจะเลือกรูปแบบห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ประเภทของธุรกิจ
            ถ้าหากเป็นร้านเสริมสวยเล็กๆ  ก็ควรเลือกรูปแบบคนๆเดียวเป็นเจ้าของ  หรือถ้าธุรกิจการค้าด้านอสังหาริมทรัพย์  ก็ควรจะเลือกรูปแบบเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
มีกฎหมายที่กำหนดรูปแบบของธุรกิจนั้นๆหรือไม่
            ในการประกอบธุรกิจบางประเภท  จะมีกฎหมายกำหนดรูปแบบไว้  เช่น  ธนาคาร  ตามพระราชบัญญัติการธนาคาร  ซึ่งกำหนดให้ต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น
ค่านิยมหรือความเชื่อมั่นในรูปแบบขององค์การทางธุรกิจ
            ค่านิยมปัจจุบันมักจะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดมากกว่าห้างหุ้นส่วน  เพราะมีความเชื่อมั่นว่า บริษัทจำกัดเป็นกิจการที่ใหญ่ มีความน่าเชื่อถือกว่าห้างหุ้นส่วน  นอกจากนี้ หากบริษัทจำกัดมีความประสงค์จะระดมเงินทุนจากประชาชนโดยไม่มีดอกเบี้ยซึ่งเป็นต้นทุน  บริษัทจำกัดก็สามารถที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดได้
ความรับผิดตามกฎหมาย
            ความรับผิดทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนเป็นคณะบุคคล  ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ผู้ที่มีอำนาจในการกระทำการแทนของแต่ละรูปแบบก็จะแตกต่างกันไป
รูปแบบในการเสียภาษีอากร
            ในแต่ละรูปแบบมีรูปแบบการเสียภาษีจากการประกอบการต่างกัน   ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกับหัวข้ออื่นๆ  เพื่อความราบรื่นของการประกอบธุรกิจด้วย

การจดทะเบียนบริษัท (COMPANY REGISTRATION)
การดำเนินการจัดตั้งบริษัทนั้น มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : จองชื่อ
         ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการของบริษัทจะต้องขอตรวจและจองชื่อบริษัทเสียก่อน  การตั้งชื่อบริษัททั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อย่างน้อย 1 ชื่อแต่ไม่เกิน 3 ชื่อ ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนไม่ได้ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติชื่อ โดยสามารถซื้อคำขอ และแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงาน พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือสามารถจองชื่อได้ทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.dbd.go.th
ขั้นตอนที่ 2 : จดหนังสือบริคณห์สนธิ
         เตรียมจำนวนผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 7 คน และจะต้องมีสัดส่วนของคนไทยถือหุ้นอย่างน้อย 51 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มิฉะนั้นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นจะเข้าข่ายธุรกิจต่างด้าว และในขั้นตอนนี้จะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษัท แล้วจัดทำคำขอจดหนังสือบริคณห์ และเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียน เพื่อตรวจพิจารณา ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะจ้างคนต่างด้าว และขอใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ขั้นต่ำ 2,000,000 บาท ต่อ คนต่างด้าว 1 คน
ขั้นตอนที่ 3 : จดทะเบียนบริษัท
         หลังจากจดหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว อย่างน้อย 14 วัน จะต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท  โดย จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา  รายละเอียดที่จะต้องมีได้แก่   ที่ตั้งบริษัท จำนวนทุนที่ชำระ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน กรรมการบริษัท และผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท และเมื่อยื่นแบบฯการจดทะเบียนต้องมีตรายางบริษัทมาประทับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ การลงลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการ จะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอด้วยตนเองจะมอบหมายบุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนไม่ได้ จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงต้นฉบับบัตรประจำตัว หรือ ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการไม่สามารถลงลายมือชื่อ ต่อหน้านายทะเบียน ให้ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการลงลายมือชื่อต่อหน้าสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา หากท่านต้องการหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ท่านสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ1-7 และส่วนจดทะเบียนกลางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือทาง www.dbd.go.th
การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบไปด้วยหุ้นส่วน 2 จำพวก ดังนี้คือ
(1) หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
(2) หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน
การดำเนินการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด
ขั้นตอนที่ 1 : จองชื่อ
       ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด  ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องขอตรวจและจองชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน  ตั้งชื่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อย่างน้อย 1 ชื่อแต่ไม่เกิน 3 ชื่อ ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนไม่ได้ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติชื่อ โดยสามารถซื้อคำขอ และแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงาน พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือสามารถจองชื่อได้ทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.dbd.go.th

ขั้นตอนที่ 2 : จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
       หลังจากได้รับอนุมัติชื่อแล้ว  จะต้องนำไปจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ภายใน 30 วัน โดยจัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา  รายละเอียดที่จะต้องมีได้แก่

  1. ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด
  2. รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เป็นหุ้นส่วน /ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ /ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ
  3. ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา
  4. วัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วน / ประเภทธุรกิจ
  5. ตราสำคัญของห้างหุ้นส่วน

       เมื่อยื่นแบบฯการจดทะเบียนต้องมีตรายางของห้างหุ้นส่วนจำกัดมาประทับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ การลงลายมือชื่อของหุ้นส่วนผู้จัดการ จะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอด้วยตนเองจะมอบหมายบุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนไม่ได้ จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงต้นฉบับบัตรประจำตัว หรือ ในกรณีที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อ ต่อหน้านายทะเบียน ให้ลงลายมือชื่อต่อหน้าสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นจดทะเบียนแทนได้กรณีต้องการหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ท่านสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ1-7 และส่วนจดทะเบียนกลางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือทาง www.dbd.go.th

ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ หรืออื่นๆ (LICENSES)
       ใบอนุญาต ในการประกอบธุรกิจของบริษัทนั้น บางธุรกิจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือบัตรต่างๆ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ซึ่งใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอาจแบ่งได้ตามลักษณะกิจการ ดังนี้คือ
1. ภัตตาคาร / ร้านอาหาร
ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร
ใบอนุญาตขายสุรา
ใบอนุญาตขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศไทย
ใบอนุญาตขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศ
2. ทัวร์
ใบอนุญาตการทำบริษัททัวร์ ซึ่งต้องเสียค่าหลักประกัน ซึ่งมี 3 แบบ คือแบบเฉพาะพื้นที่ 10,000 บาท แบบทัวร์ในประเทศ (Inbound) 50,000 บาท และทัวร์ต่างประเทศ (Outbound) 100,000 บาท
3. บัตรนำเข้า – ส่งออก (Smart Card)
บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการระดับบัตรทอง
บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการ
บัตรผู้รับมอบอำนาจ
4. อื่น ๆ
ภาษีอากร (TAXATION SERVICES )
       ภาษีอากร มีหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจพิเศษ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฯลฯ ผู้มีเงินได้ในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯเสียภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ดังนั้นเมื่อท่านมีการจัดตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรในเรื่องเกี่ยวกับภาษีต่างๆ โดยต้องดำเนินการเสนอข้อมูลของบริษัทให้กรมสรรพากรทราบ โดยการยื่นแบบแสดงรายการต่างๆ เช่น
1) ภ.พ.30 คือแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บในอัตราภาษีร้อยละ 7 เป็นแบบแสดงรายได้ และค่าใช้จ่าย ของบริษัทในแต่ละเดือนกำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
2) ภ.ง.ด.1 คือแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ประเภท 40 (1) และ (2) ซึ่งแสดงถึงเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่บริษัทต้องจ่ายให้กับพนักงานกำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
3) ภ.ง.ด.3 คือแบบการหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา เนื่องจากกฎหมายภาษีอากรระบุให้ผู้รับจ่ายเงินมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย จากผู้มีเงินได้ (ผู้รับเงิน) เพื่อนำไปยื่นกับกรมสรรพากร ซึ่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องหัก ณ ที่จ่าย มีการหักได้ดังนี้คือ
- ค่าเช่า 5 % - ค่าบริการหรือค่าจ้าง 3 % - ค่าโฆษณา 2 % - ค่าขนส่ง 1 % - อื่น ๆ
4) ภ.ง.ด.53 คือแบบการหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน ลักษณะและรูปแบบเหมือนกับ ภ.ง.ด.3 กำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เช่นเดียวกับ ภ.ง.ด.3
5) ภ.ง.ด.51 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ซึ่งเป็นประมาณการรายได้ และค่าใช้จ่ายของบริษัททั้งปีว่ามีกำไรหรือขาดทุน เพื่อดำเนินการเสียภาษีก่อนในกรณีที่มีกำไรและต้องยื่นชำระภาษีครึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิทั้งปี ที่คาดว่าจะได้รับ และกำหนดยื่นแบบฯภายใน 60 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดรอบบัญชีครึ่งปีของบริษัท
6) ภ.ง.ด.50 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี เป็นการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัททั้งปี ว่ามีกำไรหรือขาดทุน ในกรณีที่มีกำไรและต้องเสียภาษี แต่สามารถนำจำนวนเงินที่ยื่นไว้ใน ภ.ง.ด.51 ที่ชำระแล้วมาคำนวณหักลบกันได้ และกำหนดยื่นแบบฯภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท
7) ภ.ง.ด. 91 คือแบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเงินได้ของบุคคลที่เกิดขึ้นในปีภาษีโดย ต้องชี้แจงรายได้ต่อกรมสรรพากรเพื่อแสดงรายได้ในปีภาษีทั้งหมดแล้วนำมาคำนวณภาษีที่ต้องชำระต่อกรมสรรพากร กำหนดยื่นแบบฯภายในเดือน มีนาคมของปีถัดไป
 
 
 
www.one-stophr.com header-one


บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102 E-mail Address : webmaster@one-stophr.com