มหกรรมสอบ กพ. ครั้งยิ่งใหญ่ นักศึกษาจบใหม่-ลูกจ้าง-เอกชน แห่สมัครสอบ 6.2 แสนคน 17 ศูนย์สอบทั่วประเทศคึกคัก เลขาธิการ กพ. ชี้ เม็ดเงินสะพัด ทั้งขนส่ง โรงแรม ร้านค้า เพราะคนแห่สมัครสอบมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เดินสาย"ส่วนราชการ" คัดรายชื่อจาก ผู้สอบได้ ภาค ก. ชัวร์สุดๆ
นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เปิดเผย"มติชนออนไลน์" ว่า ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ทางสำนักงานก.พ.ได้จัดให้มีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)ทั่วประเทศ 17 ศูนย์ ประกอบด้วย กรุงเทพและปริมณฑล ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา
การสอบครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของการสอบเข้ารับราชการภาค ก. เพราะมีผู้สมัครจำนวนมาก โดยในรอบแรกมีผู้ยื่นใบสมัครมากถึง 640,000 คน และผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด 620,000 คน
ดังนั้นวันที่ 8 สิงหาคมนี้เศรษฐกิจใน 17 จังหวัดที่เป็นศูนย์สอบภาค ก.จะมีเม็ดเงินสะพัดไปในทุกภาคธุรกิจ ทั้งร้านค้า โรงแรม ระบบขนส่งมวลชน เพราะนอกจากผู้สมัครในจังหวัดใกล้เคียงที่เดินทางมาสอบแล้ว ผู้สมัครหลายคนอาจจะมีญาติ มีเพื่อนตามมาให้กำลังใจอีกมากมาย
เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า สาเหตุที่มีคนสมัครสอบจำนวนมากจนเป็นมหกรรมในปี 2553 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีนี้ทางสำนักงานก.พ.ได้จัดให้มีการสอบพร้อมกันทุกระดับตั้งแต่ปวช. ปวส.ปริญญาตรี ปริญญาโท.เพื่อความสะดวกของทั้งเจ้าหน้าที่และผู้สมัครเข้าสอบแข่งขัน จากเดิมที่สำนักงานก.พ.จะทยอยจัดสอบครั้งละระดับ ทำให้เจ้าหน้าที่เหนื่อยทั้งปี ผู้สมัครสอบก็ต้องลำบากเดินทางมาสอบไกลถึงกรุงเทพ วันที่ 8 สิงหาคมจึงระดมข้าราชการทั้งสำนักงานก.พ.ดูแลการสอบร่วมกับคณะอาจารย์สถาบันการศึกษาในศูนย์การสอบ 17 แห่งทั่วประเทศจัดสอบครั้งเดียว
หลังจากนั้นกระทรวงไหนต้องการบุคลากรก็สามารถนำรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบภาค ก.ไปต่อยอดสอบ ภาค ข.และภาค ค.ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสอบคัดเลือกใหม่ เพราะการสอบภาค ก.ของสำนักงานก.พ.ถือเป็นระบบมาตรฐานที่สามารถคัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หากจะตั้งคำถามว่า การที่มีแห่มาสมัครภาคก.ในปีนี้จำนวนมากเป็นเพราะมีคนตกงานจำนวนมาก นางเบญจวรรณ กล่าวว่า คงไม่สามารถให้คำตอบอย่างนั้นได้เพราะหากดูตัวเลขลึกๆจริงๆ แล้ว การเปิดสอบภาค ก.ในแต่ละปีก็มีจำนวนผู้สมัครให้ความสนใจเยอะไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างปี 2552 ก็มีผู้สมัครมากกว่า 500,000 คน และที่ตัวเลขในรอบปีที่ผ่านๆ มาไม่สูงจนน่าทึ่งเหมือนในปีนี้ก็อาจเป็นเพราะมีการแยกสอบแต่ละระดับไม่ได้สอบรวมเหมือนครั้งนี้
อีกประการหนึ่งในจำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมด มีส่วนหนึ่งที่เป็นบัณฑิตจบใหม่ อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้มีงานทำอยู่แล้วแต่อยากเปลี่ยนงาน บางเป็นลูกจ้างก็อยากบรรจุเข้ารับราชการ เพราะต้องยอมรับว่าการสอบภาค ก.เปรียบเสมือนใบผ่านทาง ที่ผู้สมัครจะนำไปใช้สมัครสอบในส่วนราชการอื่นๆ ที่สนใจต่อไป ส่วนคนที่ตกงานจริง ๆอาจจะมีอยู่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ไหนๆ สำนักงาน กพ. จัดสอบภาค ก.แล้วก็อยากให้หน่วยราชการใช้ประโยชน์จากผลการสอบคัดเลือกบุคลากรในภาค ก.ครั้งนี้อย่างเต็มที่ จึงได้บอกไปยังกระทรวงต่างๆว่า ทางสำนักงานก.พ.เปิดโอกาสให้กับทุกกระทรวงที่ต้องการบุคลากรสามารถมาคัดรายชื่อผู้ที่สอบผ่านภาค ก.จากบัญชีรายชื่อของสำนักงานก.พ.ไปสอบ ภาค ข. ภาค ค.ได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาจัดสอบใหม่
นางเบญจวรรณบอกต่อไปว่า ในรอบปีที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ใช้ประโยชน์จากรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก.ของสำนักงานก.พ.โดยนำขึ้นเว็บไซด์ให้อบต.ทั่วประเทศคัดเลือกไปใช้ การสอบภาค ก.ของสำนังานก.พ.จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนไทยทั่วประเทศที่สนใจทำงานราชการอย่างทัดเทียมกัน
จาก....มติชนออนไลน์ วันที่ 30 กรกฎาคม 2553