ข้อเท็จจริง
1. นายจ้างและลูกจ้างทำสัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศโดยมีข้อกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศและมีข้อกำหนดให้ลูกจ้างนำวิชาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง
2. ระยะเวลาที่นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้ลูกจ้างกลับมาทำงานให้นายจ้างตามสัญญามีกำหนด 3 ปี
3. ข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวยังให้สิทธิลูกจ้างไม่ต้องกลับมาทำงานให้นายจ้างได้โดยลูกจ้างต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนแก่นายจ้าง
4. การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายที่ลูกจ้างต้องชดใช้ในกรณีที่กลับมาทำงานให้นายจ้างไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยเอาค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่ยังทำงานไม่ครบ
ประเด็นวินิจฉัย
สัญญาในลักษณะดังกล่าวทำให้ลูกจ้างเสียเปรียบ ซึ่งถือว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งจะทำให้สัญญาสัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนี้เป็นโมฆะหรือไม่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 150 บัญญัติว่า การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
การทำสัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศเพียง 2 สัปดาห์ แต่ผูกมัดให้ลูกจ้างต้องกลับมาทำงานให้นายจ้างนานถึง 3 ปี เป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบ ไม่เป็นธรรมและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนซึ่งมีผลทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่
การไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศย่อมจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ทำให้ผู้ไปฝึกอบรมได้วิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานติดตัว การมีลูกจ้างที่มีวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานย่อมจะทำให้กิจการของนายจ้างเจริญรุ่งเรือง สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่กำหนดให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศ โดยกำหนดให้ลูกจ้างนำวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมและดูงานโดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้ลูกจ้างกลับมาทำงานให้นายจ้างมีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้นายจ้างได้เปรียบ เพราะในระหว่างที่ลูกจ้างกลับมาทำงานนั้น ก็ยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งสัญญาดังกล่าว ยังให้สิทธิลูกจ้างไม่ต้องกลับมาทำงานให้นายจ้างได้โดยให้ลูกจ้างชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานที่นายจ้างได้ออกให้ลูกจ้างไปทั้งหมดคืนเท่านั้น
การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้ในกรณีที่กลับมาทำงานให้ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยให้เอาค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดมาหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่ลูกจ้างยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนแทนการกลับมาทำงานมีกำหนด 3 ปี ซึ่งก็ไม่ทำให้นายจ้างได้เปรียบแต่อย่างใด จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างจึงมีผลใช้บังคับ ไม่เป็นโมฆะ
คำพิพากษาฎีกาที่ 200/2550