www.one-stophr.com header-one
จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น... และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนที่ให้อภัยตนเอง
 

www.one-stophr.com main-onestop
Username
Password


การจ้างงานโดยไม่ได้กำหนดค่าจ้าง ทำให้เป็นนายจ้างลูกจ้างกันหรือไม่ ย้อนกลับ

ข้อเท็จจริง
1.  ในการทำงานในแต่ละวัน  ผู้ว่าจ้างจะตรวจนับจำนวนผู้รับจ้าง  เพื่อจับฉลากรับงานขนส่ง โดยออกใบสั่งงานให้แก่ผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างแต่ละรายจะได้งานขนส่งเป็นจำนวนเที่ยวมากน้อยแตกต่างกันไปตามที่จับฉลากได้ และสามารถแลกเปลี่ยนงานกับผู้รับจ้างรายอื่นได้  โดยมีการกำหนดอัตราค่าเที่ยวขนส่งขั้นต่ำเที่ยวละ 250 บาท
2.  กรณีที่ผู้รับจ้างไม่มาทำงานในวันใด  จะต้องแจ้งเพื่อให้ผู้ว่าจ้างทราบและบันทึกในสมุดแจ้งการหยุดงาน แต่ไม่ต้องยื่นใบลาตามแบบการลาของผู้ว่าจ้าง  และผู้ว่าจ้างมิได้กำหนดให้หยุดงานสัปดาห์หรือปีละกี่วัน
3.  ผู้ว่าจ้างไม่ได้กำหนดเวลาทำงานปกติ  โดยผู้รับจ้างจะเข้าทำงานหรือไม่ก็ได้ หากขาด ลา มาสาย ก็ไม่มีมาตรการลงโทษอย่างไร  แต่ตามสัญญาว่าจ้างได้กำหนดให้ผู้รับจ้างขนส่งไม่ต่ำกว่าเดือนละ 45 เที่ยว มิฉะนั้นผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
4.  การจ้างงาน  ผู้รับจ้างจะต้องเขียนใบสมัครงาน   โดยผู้ว่าจ้างจะตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นว่าผู้รับจ้างมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้รับจ้างหรือไม่ จากนั้นจะต้องทำสัญญา โดยผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของผู้ว่าจ้างซึ่งจะได้รับแจกหลังจากผ่านการอบรมจากผู้ว่าจ้างแล้ว
5.  ข้อความในใบสมัครงานมีข้อความระบุว่า
“หากข้าพเจ้าได้ทำงานในบริษัทของผู้ว่าจ้างแล้วและข้าพเจ้าต้องพ้นจากงานไม่ว่ากรณีใดๆ ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัทผู้ว่าจ้างหักเงินที่ข้าพเจ้ามีสิทธิได้รับชดใช้หนี้สินให้แก่บริษัทผู้ว่าจ้าง” และมีข้อความระบุต่อไปว่า “ข้าพเจ้าขอรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของบริษัทที่ใช้บังคับอยู่แล้ว หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปภายหน้าโดยเคร่งครัด  และขอรับรองว่าข้อความที่แจ้งในใบสมัครนี้เป็นความจริงทุกประการ หากสืบทราบภายหลังว่าข้อความที่แจ้งไว้ข้างต้นข้อหนึ่งข้อใดไม่เป็นความจริงข้าพเจ้ายินยอมให้เลิกจ้างได้โดยทันที โดยข้าพเจ้าไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น”

ประเด็นวินิจฉัย
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายถือว่า เป็นการจ้างแรงงานที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานโดยจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ  ค่าชดเชย  สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  ค่าเสียหายอันเกิดจากการถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือไม่อย่างไร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
มาตรา 5   นิยามคำว่า
“นายจ้าง” หมายความถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเจ้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ซึ่งรวมทั้งบุคคลตาม (1) ถึง (3) ด้วย และ
นิยามคำว่า
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
มาตรา 60 เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายค่าจ้างตามมาตรา........................ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย  ให้นายจางจ่ายค่าจ้างในวันหยุดหรือวันลาเท่ากับค่าจ้าง  โดยเฉลี่ยในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับในงวดการจ่ายค่าจ้างก่อนวันหยุดหรือวันลานั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
ซึ่งระบุลักษณะของสัญญาจ้างแรงงานว่า คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ ซึ่งมีความหมายว่าลูกจ้างจะต้องตกลงทำงานให้นายจ้างโดยสมัครใจเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าจ้างที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายให้เป็นการตอบแทนแก่แรงงานของลูกจ้างนั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หรือไม่
เวลาทำงานปกติ

แม้จะไม่ได้กำหนดเวลาทำงานไว้แต่ก็กำหนดโดยใช้ผลงานเป็นเกณฑ์ ซึ่งการจะทำผลงานให้ได้ตามเกณฑ์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 45 เที่ยว ผู้รับจ้างจะต้องมาทำงานภายในช่วงเวลาทำงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ มิได้มีอิสระที่จะปฏิบัติงานในเวลาใดหรือไม่ก็ได้แต่อย่างใด
สินจ้างที่ได้รับ
ผู้รับจ้างได้รับสินจ้างเป็นรายเที่ยวก็เป็นผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 60   
อำนาจในการบังคับบัญชา
ใบสมัครงานแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างจะต้องทำงานภายใต้ระเบียบและคำสั่งของผู้ว่าจ้างที่ใช้บังคับอยู่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าในการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติได้โดยอิสระแต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบ คำสั่งกฎเกณฑ์ ข้อบังคับของจำเลยทั้งที่ระบุไว้ในขณะทำสัญญา   ซึ่งระเบียบดังกล่าวระบุบังคับการปฏิบัติตนของรับจ้างไม่เพียงแต่ขั้นตอนการปฏิบัติงานทั่วไปแต่ยังรวมถึงความประพฤติส่วนตัวด้วย
           
ดังนั้น ผู้รับจ้างจึงเป็นลูกจ้างของผู้ว่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 และตามสัญญาจ้างแรงงาน และแม้ว่าตามสัญญาจะเรียกลูกจ้างว่า
“ผู้รับจ้าง” และเรียกนายจ้างว่า “ผู้ว่าจ้าง” ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายไปได้

คำพิพากษาฎีกาที่  6960/2550 

 
   
     
www.one-stophr.com header-one


บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102 E-mail Address : webmaster@one-stophr.com