ข้อเท็จจริง
1. ในการทำงานในแต่ละวัน ผู้ว่าจ้างจะตรวจนับจำนวนผู้รับจ้าง เพื่อจับฉลากรับงานขนส่ง โดยออกใบสั่งงานให้แก่ผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างแต่ละรายจะได้งานขนส่งเป็นจำนวนเที่ยวมากน้อยแตกต่างกันไปตามที่จับฉลากได้ และสามารถแลกเปลี่ยนงานกับผู้รับจ้างรายอื่นได้ โดยมีการกำหนดอัตราค่าเที่ยวขนส่งขั้นต่ำเที่ยวละ 250 บาท
2. กรณีที่ผู้รับจ้างไม่มาทำงานในวันใด จะต้องแจ้งเพื่อให้ผู้ว่าจ้างทราบและบันทึกในสมุดแจ้งการหยุดงาน แต่ไม่ต้องยื่นใบลาตามแบบการลาของผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างมิได้กำหนดให้หยุดงานสัปดาห์หรือปีละกี่วัน
3. ผู้ว่าจ้างไม่ได้กำหนดเวลาทำงานปกติ โดยผู้รับจ้างจะเข้าทำงานหรือไม่ก็ได้ หากขาด ลา มาสาย ก็ไม่มีมาตรการลงโทษอย่างไร แต่ตามสัญญาว่าจ้างได้กำหนดให้ผู้รับจ้างขนส่งไม่ต่ำกว่าเดือนละ 45 เที่ยว มิฉะนั้นผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
4. การจ้างงาน ผู้รับจ้างจะต้องเขียนใบสมัครงาน โดยผู้ว่าจ้างจะตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นว่าผู้รับจ้างมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้รับจ้างหรือไม่ จากนั้นจะต้องทำสัญญา โดยผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของผู้ว่าจ้างซึ่งจะได้รับแจกหลังจากผ่านการอบรมจากผู้ว่าจ้างแล้ว
5. ข้อความในใบสมัครงานมีข้อความระบุว่า หากข้าพเจ้าได้ทำงานในบริษัทของผู้ว่าจ้างแล้วและข้าพเจ้าต้องพ้นจากงานไม่ว่ากรณีใดๆ ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัทผู้ว่าจ้างหักเงินที่ข้าพเจ้ามีสิทธิได้รับชดใช้หนี้สินให้แก่บริษัทผู้ว่าจ้าง และมีข้อความระบุต่อไปว่า ข้าพเจ้าขอรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของบริษัทที่ใช้บังคับอยู่แล้ว หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปภายหน้าโดยเคร่งครัด และขอรับรองว่าข้อความที่แจ้งในใบสมัครนี้เป็นความจริงทุกประการ หากสืบทราบภายหลังว่าข้อความที่แจ้งไว้ข้างต้นข้อหนึ่งข้อใดไม่เป็นความจริงข้าพเจ้ายินยอมให้เลิกจ้างได้โดยทันที โดยข้าพเจ้าไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
ประเด็นวินิจฉัย
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายถือว่า เป็นการจ้างแรงงานที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานโดยจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายอันเกิดจากการถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือไม่อย่างไร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
มาตรา 5 นิยามคำว่า นายจ้าง หมายความถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเจ้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ซึ่งรวมทั้งบุคคลตาม (1) ถึง (3) ด้วย และ
นิยามคำว่า ลูกจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
มาตรา 60 เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายค่าจ้างตามมาตรา........................ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ให้นายจางจ่ายค่าจ้างในวันหยุดหรือวันลาเท่ากับค่าจ้าง โดยเฉลี่ยในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับในงวดการจ่ายค่าจ้างก่อนวันหยุดหรือวันลานั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
ซึ่งระบุลักษณะของสัญญาจ้างแรงงานว่า คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ ซึ่งมีความหมายว่าลูกจ้างจะต้องตกลงทำงานให้นายจ้างโดยสมัครใจเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าจ้างที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายให้เป็นการตอบแทนแก่แรงงานของลูกจ้างนั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หรือไม่
เวลาทำงานปกติ
แม้จะไม่ได้กำหนดเวลาทำงานไว้แต่ก็กำหนดโดยใช้ผลงานเป็นเกณฑ์ ซึ่งการจะทำผลงานให้ได้ตามเกณฑ์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 45 เที่ยว ผู้รับจ้างจะต้องมาทำงานภายในช่วงเวลาทำงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ มิได้มีอิสระที่จะปฏิบัติงานในเวลาใดหรือไม่ก็ได้แต่อย่างใด
สินจ้างที่ได้รับ
ผู้รับจ้างได้รับสินจ้างเป็นรายเที่ยวก็เป็นผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 60
อำนาจในการบังคับบัญชา
ใบสมัครงานแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างจะต้องทำงานภายใต้ระเบียบและคำสั่งของผู้ว่าจ้างที่ใช้บังคับอยู่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าในการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติได้โดยอิสระแต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบ คำสั่งกฎเกณฑ์ ข้อบังคับของจำเลยทั้งที่ระบุไว้ในขณะทำสัญญา ซึ่งระเบียบดังกล่าวระบุบังคับการปฏิบัติตนของรับจ้างไม่เพียงแต่ขั้นตอนการปฏิบัติงานทั่วไปแต่ยังรวมถึงความประพฤติส่วนตัวด้วย
ดังนั้น ผู้รับจ้างจึงเป็นลูกจ้างของผู้ว่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 และตามสัญญาจ้างแรงงาน และแม้ว่าตามสัญญาจะเรียกลูกจ้างว่า ผู้รับจ้าง และเรียกนายจ้างว่า ผู้ว่าจ้าง ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายไปได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 6960/2550