ข้อเท็จจริง
ลูกจ้างเป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง นายจ้างหักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เพื่อเป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
ต่อมา ลูกจ้างได้ไปดำเนินธุรกิจแข่งขันกับนายจ้างในขณะที่ยังเป็นลูกจ้างของนายจ้างอยู่ ทำให้นายจ้างเสียหาย นอกจากนี้ลูกจ้างยังใช้เวลาทำงานไปทำกิจการส่วนตัวอันเป็นการทุจริตเวลาทำงานของนายจ้างอีกด้วยซึ่งเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง
เมื่อลูกจ้างลาออกจากการเป็นลูกจ้าง นายจ้างปฏิเสธที่จะคืนเงินที่หักไว้เป็นเงินประกันคืนแก่ลูกจ้าง โดยอ้างว่าลูกจ้างกระทำความผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานในระหว่างที่ปฏิบัติงานอยู่กับนายจ้าง นายจ้างจึงอ้างว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับเงินประกันเงินสะสมคืน
ประเด็นวินิจฉัย
ลูกจ้างซึ่งเป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง การที่นายจ้างหักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 ได้หรือไม่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับ มาตรา 51 วรรคสอง ห้ามมิให้ นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความ เสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของ งานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สิน ของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับเงินประกันจากลูกจ้าง ได้ ตลอดจนจำนวนเงินและวิธีการเก็บรักษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ในกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกัน หรือทำสัญญา ประกันกับลูกจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายที่ลูกจ้างเป็นผู้กระทำ เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือลูกจ้างลาออก หรือสัญญาประกัน สิ้นอายุ ให้นายจ้างคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้าง ลาออกหรือวันที่สัญญาประกันสิ้นอายุ แล้วแต่กรณี
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 บัญญัติว่า ว่า ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่างานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ
...(4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5)...
ลูกจ้างซึ่งเป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง การที่นายจ้างหักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76ได้หรือไม่
การที่นายจ้างหักค่าจ้างจากลูกจ้างซึ่งเป็นช่างซ่อมบำรุง และไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างไว้ร้อยละ 5 ไว้เพื่อเป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ว่านายจ้างจะอ้างเรื่องลูกจ้างกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง เพื่อปฏิเสธที่จะคืนเงินค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งนายจ้างหักไว้ เมื่อลูกจ้างลาออกจากการเป็นลูกจ้าง นายจ้างจะต้องคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้คืนแก่ลูกจ้าง ส่วนการที่นายจ้างอ้างเหตุที่ลูกจ้างกระทำการใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างในระหว่างที่เป็นลูกจ้างอยู่ นายจ้างจะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องให้ลูกจ้างชดใช้ค่าเสียหายต่างหาก ไม่สามารถริบหรือหักเงินค่าจ้างที่หักไว้เป็นเงินประกันการทำงานของลูกจ้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3039/2550