ข้อเท็จจริง
นายจ้างประกาศหาผู้สมัครใจลาออกจากงานเพื่อลดจำนวนลูกจ้าง โดยตกลงจะจ่ายค่าชดเชยให้มากกว่าอัตราตามที่กฎหมายกำหนดตามความในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ลูกจ้างทั้งเก้าคนลาออกตามความประสงค์ของนายจ้าง แต่ปรากฏว่านายจ้างได้จ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างทั้งเก้าคนไปเพียงบางส่วน โดยจ่ายเป็นจำนวนน้อยกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้มีขึ้นก่อนที่ลูกจ้างทั้งเก้าคนจะเข้ามาทำงานและไม่มีโอกาสลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้อง หรือมีส่วนในการเลือกผู้แทนเข้าร่วมในการเจรจาข้อเรียกร้องนั้น
ประเด็นวินิจฉัย
นายจ้างสามารถจ่ายค่าชดเชยน้อยกว่าในประกาศหาผู้สมัครใจลาออกจากงานเพื่อลดจำนวนลูกจ้าง เนื่องจากลูกจ้างทั้งเก้าคนไม่มีส่วนในข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหรือไม่
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องนั้น ตลอดจนลูกจ้างซึ่งมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาทุกคน
นายจ้างสามารถจ่ายค่าชดเชยน้อยกว่าในประกาศหาผู้สมัครใจลาออกจากงานเพื่อลดจำนวนลูกจ้าง เนื่องจากลูกจ้างทั้งเก้าคนไม่มีส่วนในข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหรือไม่
การที่นายจ้างให้สิทธิและประโยชน์แก่ลูกจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าสิทธิและประโยชน์นั้นๆเป็นสิทธิและประโยชน์อันสมควรและเป็นธรรมที่ลูกจ้างในกิจการนั้นพึงได้รับโดยเสมอกัน
ดังนั้น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจึงต้องมีผลบังคับใช้ไปถึงลูกจ้างที่เข้าทำงานภายหลังซึ่งไม่มีโอกาสลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้อง หรือมีส่วนในการเลือกผู้แทนเข้าร่วมในการเจรจาข้อเรียกร้องด้วย เมื่อปรากฏว่านายจ้างได้จ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างทั้งเก้าคนไปบางส่วนเป็นจำนวนน้อยกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างทั้งเก้าคนในส่วนที่ยังขาดเป็นจำนวนตามอัตราที่ระบุในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287 - 295/2551