ข้อเท็จจริง
ลูกจ้างได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบแก่ลูกจ้างอื่นภายในบริษัทของนายจ้าง โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนในภาระหนี้สินให้แก่ลูกจ้างอื่นที่กู้ยืมเงินดังกล่าว นายจ้างจึงมีคำสั่งห้ามไม่ให้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในบริษัทของนายจ้าง และได้กำหนดเวลาให้เลิกการกระทำดังกล่าว โดยแจ้งให้ทราบว่า หากฝ่าฝืนจะถือว่าเป็นการจงใจทำให้บริษัทนายจ้างเสียหาย
หลังจากนายจ้างมีคำสั่งห้ามไม่ให้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในบริษัทของนายจ้างแล้ว ลูกจ้างยังฝ่าฝืนปล่อยเงินกู้นอกระบบให้ลูกจ้างในบริษัทของนายจ้าง ซึ่งการให้กู้ยืมเงินคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน นายจ้างจึงได้เลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จายค่าชดเชย และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างในกรณีร้ายแรง และเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
ประเด็นวินิจฉัย
การกระทำของลูกจ้างเป็นการกระทำความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ ซึ่งมิใช่เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง แต่นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ เนื่องจาก เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างในกรณีร้ายแรง และเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ซึ่งทำให้นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และไม่บอกกล่าวล่วงหน้าได้หรือไม่
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 บัญญัติว่า ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 14 บัญญัติว่า ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างให้ถูกต้องตามสิทธิและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 บัญญัติว่า นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
1. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง
2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
4. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
5. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
การที่ลูกจ้างกระทำความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ ซึ่งมิใช่เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจาก เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างในกรณีร้ายแรง และเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ซึ่งทำให้นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และไม่บอกกล่าวล่วงหน้าได้หรือไม่
การที่ลูกจ้างปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หรือร้อยละ 120 ต่อปี ซึ่งเป็นการกระทำความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 แม้จะมิใช่เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง แต่ก็เป็นการกระทำความผิดอาญาในระหว่างการทำงาน ทั้งยังเป็นการเอาเปรียบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่เพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงาน ส่งผลกระทบต่อกำลังใจในการทำงาน ย่อมทำให้กิจการของนายจ้างได้รับความเสียหาย
เมื่อนายจ้างมีคำสั่งห้ามไม่ให้ลูกจ้างกระทำการดังกล่าวอีกต่อไป แต่ลูกจ้างยังคงกระทำการดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างในกรณีร้ายแรง และเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย นายจ้างจึงเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเลย ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5978/2549