ข้อเท็จจริง
1. นายจ้างได้ว่าจ้างลูกจ้างทำงานเป็นเจ้าหน้าที่แผนกบุคคล โดยในใบสมัครงานกำหนดให้มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งในหนังสือสัญญาค้ำประกันได้ระบุให้
- ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย หากในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานอยู่กับนายจ้าง ถ้าลูกจ้างได้กระทำการผิดกฎหมายหรือได้กระทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของนายจ้างหรือเป็นหนี้แก่นายจ้าง
- ผู้ค้ำประกัน ขอสละสิทธิของผู้ค้ำประกันที่มีอยู่ตามกฎหมายในการที่จะขอให้นายจ้างเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากลูกจ้างก่อน
- ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อนายจ้างเพื่อชำระหนี้ เมื่อลูกจ้างไม่ชำระหนี้ที่ก่อให้เกิดขึ้นสำหรับการทำงานในตำแหน่งที่ระบุไว้ในใบสมัครงาน
2. ต่อมานายจ้างได้โอนย้ายลูกจ้างไปทำหน้าที่พนักงานขายตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการแผนกขาย
3. ลูกจ้างได้ขายรถยนต์ของนายจ้างให้แก่ลูกค้า โดยรับเงินแล้ว แต่ส่งมอบเงินให้แก่นายจ้างเพียงบางส่วน ซึ่งนายจ้างได้ตรวจสอบพบในภายหลัง ลูกจ้างจึงได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่นายจ้าง แต่หลังจากทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว ลูกจ้างชำระหนี้ให้เพียงบางส่วน แล้วไม่ชำระหนี้ให้แก่นายจ้างอีกเลย
ประเด็นวินิจฉัย
ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดในหนี้ที่ลูกจ้างได้กระทำในระหว่างที่ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการแผนกขายรถยนต์ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ต่างจากตำแหน่งงานที่ผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญาผูกพันไว้ในใบสมัครงานหรือไม่
ข้อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าอันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
และมาตรา 688 บัญญัติว่า เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ .............
และมาตรา 11 บัญญัติว่า ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น
ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดในหนี้ที่ลูกจ้างได้กระทำในระหว่างที่ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการแผนกขายรถยนต์ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ต่างจากตำแหน่งงานที่ผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญาผูกพันไว้ในใบสมัครงานหรือไม่
ตามใบสมัครงานระบุว่าลูกจ้างสมัครงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บุคคล ดังนั้น ความรับผิดที่ผู้ค้ำประกันจะต้องชำระหนี้แก่นายจ้างในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของลูกจ้าง จะต้องเป็นกรณีที่ลูกจ้าง ผิดสัญญาจ้างแรงงานต่อนายจ้างหรือกระทำละเมิดเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานต่อนายจ้างในขณะทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่บุคคลตามที่ระบุในสัญญาค้ำประกัน
แม้ว่าตามสัญญาค้ำประกัน จะระบุว่าผู้ค้ำประกันยินยอมและตกลงด้วยว่าหากนายจ้างโยกย้าย แต่งตั้ง สับเปลี่ยน หรือถอดถอนลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือหรือสำนักงานสาขาแห่งใดให้ถือว่าสัญญาค้ำประกันนี้มีผลบังคับได้เช่นเดิมตลอดไปก็ตาม
เมื่อปรากฏว่า นายจ้างย้ายลูกจ้างจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่แผนกบุคคลไปทำหน้าที่พนักงานขาย มีหน้าที่เกี่ยวกับการจำหน่ายรถยนต์ซึ่งรวมถึงการรับจ่ายเงินค่าสินค้าและอื่นๆ อันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงภัยและความรับผิดให้แก่ผู้ค้ำประกันมากขึ้นเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกัน ดังนั้น ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8286/2550