ข้อเท็จจริง
นายจ้างเคยจัดรถยนต์ประจำตำแหน่งให้แก่ลูกจ้างซึ่งทำงานในตำแหน่งผู้จัดการภาคใต้ ต่อมานายจ้างได้ยกเลิกรถยนต์ประจำตำแหน่งของลูกจ้างเนื่องจากมีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ตามนโยบายของนายจ้างโดยได้จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราเดือนละ 20,000 บาทเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่วันหลังจากที่เรียกรถยนต์ประจำตำแหน่งคืนจากลูกจ้างเป็นต้นไป เพื่อให้ลูกจ้างนำเงินดังกล่าวไปซื้อหรือเช่ารถยนต์สำหรับใช้งานแทนรถยนต์ประจำตำแหน่งที่เรียกคืน ทั้งนี้ นายจ้างจะจัดรถยนต์ประจำตำแหน่งให้พนักงานตำแหน่งระดับผู้จัดการแผนกขึ้นไปเท่านั้น
ประเด็นวินิจฉัย
เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเดือนละ 20,000 บาท เป็น ค่าจ้างที่จะต้องนำไปรวมคำนวณเป็นค่าชดเชยเมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหรือไม่
ข้อกฎหมาย
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 บัญญัติว่า ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวันรายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันหยุด และวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงานแต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้
เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้ลูกจ้างนำไปซื้อหรือเช่ารถยนต์สำหรับใช้งานแทนรถยนต์ประจำตำแหน่งที่เรียกคืน ซึ่งนายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้างระดับตั้งแต่ผู้จัดการแผนกขึ้นไปถือเป็น ค่าจ้างหรือไม่
คำว่า ค่าจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 จะต้องประกอบไปด้วยสาระสำคัญ 3 ประการคือ
- ประการแรก ค่าจ้างต้องเป็นเงินที่นายจ้างกับลูกจ้างตกลงจ่ายกันตามสัญญาจ้าง
o ประการที่สอง เงินที่จ่ายดังกล่าวนายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานหรือผลงานที่ลูกจ้างทำได้สำหรับระยะเวลาทำงานปกติของวันทำงาน
o ประการที่สาม เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
ดังนั้น การที่นายจ้างเรียกรถยนต์ประจำตำแหน่งคืนแล้วจ่ายเงินเดือนละ 20,000 บาท ให้แก่ลูกจ้างเพื่อซื้อหรือเช่ารถยนต์สำหรับใช้งานแทนรถยนต์ประจำตำแหน่ง จึงเป็นการจ่ายเพื่อเป็นสวัสดิการ มิใช่เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายเดือน แม้จะจ่ายเงินดังกล่าวเป็นจำนวนแน่นอนเท่าๆ กันทุกเดือน ก็มิใช่ค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ที่จะต้องนำไปรวมคำนวณจ่ายเป็นค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118
คำพิพากษาฎีกาที่ 8211/2550