www.one-stophr.com header-one
จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น... และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนที่ให้อภัยตนเอง
 

www.one-stophr.com main-onestop
Username
Password
กองทุนประกันสังคม ย้อนกลับ

ที่มา : www.sso.go.th

วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม

เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชน โดยการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการออมและเสียสละเพื่อส่วนรวมมีหลักการสำคัญ ที่มุ่งให้ประชาชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือตนเอง และครอบครัวในยามที่ไม่มีรายได้ รายได้ลดลงหรือมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น โดยไม่เป็นภาระให้ผู้อื่นและสังคม การประกันสังคมจึงเป็นมาตรการหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต

 

ความคุ้มครองตามกองทุนประกันสังคม 7 กรณี ได้แก่

  • กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
  • กรณีคลอดบุตร
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีเสียชีวิต
  • กรณีสงเคราะห์บุตร
  • กรณีชราภาพ
  • กรณีว่างงาน

มีผลบังคับใช้เมื่อไร กับใคร

พ.ร.บ.ประกันสังคมเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2533 กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปและในภายหลังได้ขยายออกไปเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายน 2536 และขยายไปยังสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545

 

ลูกจ้างที่ไม่อยุ่ในข่ายบังคับ พ.ร.บ.ประกันสังคม

v      ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายชั่วโมงของส่วนราชการ

v      ลูกจ้างของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ

v      ลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ

v      ครูหรือครูใหญ่ของโรงเรียนเอกชน

v      นักเรียน นักเรียนพยาบาล นิสิต นักศึกษา หรือแพทย์ฝึกหัดซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาล

v      ลูกจ้างของสภากาชาด

v      ลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ

v      ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ที่มิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี และไม่มีงานลักษณะอื่นรวมอยู่ด้วย

v      ลูกจ้างของนายจ้างที่จ้างเป็นครั้งคราว หรือเป็นไปตามฤดูกาล

v      ลูกจ้างงานบ้านซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย

v      ลูกจ้างของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

 

ผู้มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย 3 ฝ่าย คือ
ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง และรัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง โดยนายจ้างเป็นผู้นำส่ง ในส่วนของลูกจ้าง และนายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง (หักเงินสมทบ) ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการนั้นขึ้นทะเบียนไว้ โดยจ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือจ่ายที่ทำการไปรษณีย์ ทางอินเตอร์เน็ตกับธนาคารซิตี้แบงค์ และทางธนาคารมิซูโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

 

หน้าที่ของนายจ้าง ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม

  • ขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
    แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงของนายจ้างและผู้ประกันตนภายใน 15 วันของเดือนถัดไป
  • หักเงินสมทบจากค่าจ้าง ของลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน
  • ออกเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง และนำส่งเงินสมทบสำหรับค่าจ้างประจำเดือนที่ต้องนำส่ง ภายใน 15 วันของเดือนถัดไป โดยนำส่ง ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ่ายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ หรือทางระบบอินเตอร์เน็ต   กับธนาคารซิตี้แบงค์ และธนาคารมิตซูโฮ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่
  • จัดทำทะเบียนผู้ประกันตน

บทลงโทษนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม(ฉบับที่  2) พ.ศ. 2537

ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับกรณีดังนี้

  • มีเจตนาไม่ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้างและข้อความอื่นตามที่กำหนด ต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน
  • ไม่แจ้งเป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในแบบรายการที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานประกันสังคม ให้ตรงกับข้อเท็จจริงภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง 111

ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับกรณีดังนี้

  • มีเจตนาไม่จัดทำทะเบียนผู้ประกันตน (ส.ป.ส. 6-07) และ
  • กรอกแบบแสดงเงินสมทบ(ส.ป.ส. 1-10)ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน

          พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้นายจ้างกรอกแบบรายการดังกล่าว ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วย หรือประสบอันตราย วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีตาย วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน วันที่ 2006-04-25

บทความในเรื่องเดียวกัน
    หลักฐานประกอบการขอรับประโยชน์ทดแทน วันที่ 2006-04-25
บทความในเรื่องเดียวกัน
    ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 วันที่ 2006-04-25
              www.one-stophr.com header-one


บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102 E-mail Address : webmaster@one-stophr.com