เรียบเรียงและคัดย่อจาก : การประเมินการปฏิบัติงานของบุคคลแบบ 360 องศา
โดย : ดร.วีระวัฒน์ ปันนิดามัย (วารสารข้าราชการ)
แนวทางการประเมินในองค์การ ได้มีพัฒนาการของแนวทางการประเมินไว้อย่างน้อย 5 รูปแบบ
1. การประเมินจากเบื้องบนลงล่าง
เป็นแนวปฏิบัติที่นิยมกันมาก ให้หัวหน้างานประเมินผู้ใต้บังคับบัญชา แต่โดยทั่วไปแล้วทั้ง 2 ฝ่ายจะมีความเห็นแย้งกันเสมอเกี่ยวกับค่าคะแนนและผลของการประเมิน ประเมินด้วยวิธีนี้นิยมกันมากในองค์การใหญ่ที่มีการจัดโครงสร้างมากระดับ มีพนักงานจำนวนมาก วัฒนธรรมองค์การเข้มงวด เน้นกฎระเบียบ
2. การประเมินจากด้านล่างขึ้นบน
บางครั้งเรียกว่า Bottom up วิธีนี้เพิ่งเป็นที่นิยมกันในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา โดยให้ลูกน้องหลาย ๆ คนร่วมกันประเมินหัวหน้าได้ ผลของการประเมินอาจนำไปใช้เพื่อการฝึกอบรมและการพัฒนาเป็นสำคัญให้หัวหน้างานได้รู้ว่า ลูกน้องมองตนเช่นไร การประเมินแบบนี้มีส่วนพัฒนาพฤติกรรมการบริหารงานของหัวหน้างาน
3. การประเมินตนเอง
พนักงานผู้ปฏิบัติประเมินผลงานพฤติกรรมการทำงานและคุณลักษณะต่าง ๆ ของตนเอง
4. การประเมินจากด้านข้าง
พิจารณาผลการปฏิบัติงานโดยอาศัยเพื่อร่วมงานประเมิน เพราะจะเป็นที่ผุ้รับรู้และตระหนักในพฤติกรรมการทำงาน ทักษะความสามารถ จุดเด่นจุดด้อยของเพื่อนร่วมงานได้ดี ทั้งในด้านส่วนตัวและด้านวิชาชีพของผู้ถูกประเมินนิยมใช้กันในแวดวงอุดมศึกษา (ในต่างประเทศ)
5. การประเมินจากหลายแหล่ง
โดยพื้นฐานความเชื่อว่า การที่ได้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ นั้น จะทำให้ข้อมูลที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือ มีความเป็นปรนัย (objectivity) มากขึ้น หมายถึง กระบวนการที่มีการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงาน ผู้บริหาร โดยเก็บข้อมูลมากกว่าหนึ่งแหล่ง การเก็บข้อมูลทั้งจากเจ้าตัวประเมินและผู้อื่นร่วมประเมิน
การประเมินแบบ 360 องศาคืออะไร
การประเมินแบบ 360 องศาเป็นการประเมินที่ครบวงจร โดยอาศัยผู้เกี่ยวข้องรู้เห็นการปฏิบัติงานของบุคคลตำแหน่งเป้าหมาย แนวทางการประเมินเช่นนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่ใด ๆ เป็นการรวมแนวคิดการแจ้งผลเชิงสำรวจเข้ากับการประเมินการปฏิบัติงาน
การประเมินบุคคลแบบ 36. องศานั้นมุ่งวัดการรับรู้ของผู้ประเมิน ต่อคุณลักษณะความเป็นบุคคล และกระบวนการหรือพฤติกรรมการปฏิบัติงานได้ดีกว่าการประเมินผลิตผล การประเมินบุคคลแบบ 360 องศา เป็นแค่วิธีการเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเป้าหมายเสร็จสมบรูณ์ทุกอย่างในตัวมันเอง
มุมมองต่าง ๆ ว่าด้วยการประเมินบุคคลแบบ 360 องศา
Ø เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย โดยเฉพาะในหมู่องค์การต่าง ๆ ที่ระบุไว้ใน Fortune 500 หน่วยงาน เช่น AMOCO, FORD, IRS
Ø การนำไปใช้หลากหลายรูปแบบ ถือว่าเป็นการประยุกต์ใช้นำหน้าทฤษฏีและงานวิจัยเชิงประจักษ์
Ø การประเมินแบบหลากแหล่งมักไม่มีการระบุชื่อ สถานภาพของผู้ประเมิน ทำอย่างเป็นความลับ
Ø เป็นเป้าหมายสำคัญเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรและการเข้าใจสายตาของคนอื่นมากกว่า เพื่อกำหนดค่าตองแทน หรือการตัดสินในเชิงบริหาร
Ø การประเมินแบบ 360 องศา ขึ้นกับความรู้ของคนอื่นต่อพฤติกรรมการปฏิบัติงานของบุคคลเป้าหมาย
Ø เราสารถนำผลการประเมินไปใช้เพื่อเกื้อหนุนการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ ในกิจกรรมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น การฝึกอบรม การวางแผนเพื่อการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม การเตรียมคนสืบทอดตำแหน่ง การสรรหาคัดเลือก การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนการจัดวางตำแหน่ง
Ø การวัดการปฏิบัติปัจจุบันที่เป็นปกติวิสัย
Ø เป็นการใช้ผู้ประเมินที่รู้จักคุ้นเคยผู้ถูกประเมินมาก่อน ซึ่งอาจให้ผลที่ลำเอียง
Ø มีการอบรมผู้ประเมินก่อนทำกานประเมิน ประเมินภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้ถูกควบคุมจัดกระทำ
Ø ใช้เวลา ใช้ผู้ประเมินมาก ต้องเตรียมเอกสารมากมาย ปกติใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ หลักการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อาจช่วยในการดำเนินการ และการแปลผลได้ดีขึ้น
Ø ต้องมีการวางระบบบริหาร เกื้อหนุนที่ดี เอาจริงเอาจัง จึงจะประสบความสำเร็จ เช่นผู้บริหารเห็นด้วย มีการใช้เป็นระยะ ๆ ในรอบปี วิธีการแจ้งผล การแก้แค้น (retribution) หากถูกประเมินต่ำ และทราบว่า ผู้ใดเป็นคนประเมิน
Ø ใช้วัดองค์ประกอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับความเป็นผู้นำ และมนุษยสัมพันธ์ได้ดีกว่าความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทาง
Ø สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ ให้เป็นระบบเปิดมากขึ้นสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม รองรับแนวการบริหารงานแบบ total quality management (TQM) และแนวทางการทำงาน แบบทีมทพะงานอิสระได้เป็นอย่างดี
Ø ควรใช้ผู้ประเมินมากแหล่ง จำนวนแหล่งละอย่างน้อย 3-5 ผู้ประเมิน (raters)
Ø ควรมีการคำนวณหาระดับความสอดคล้องระหว่างผู้ประเมิน (inter-rater agreement) และความเชื่อถือได้ ระหว่างผู้ประเมิน (inter-rater reliability) จากแหล่งเดียวกันและระหว่างแหล่ง ประกอบกับคำประเมินที่ปรากฏ ซึ่งจะทำให้มั่นใจในผลที่ระบุจุดเด่น จุดด้อยของผู้ถูกประเมินมากขึ้น
Ø ในด้านการวัด ยังมีงานวิจัยน้อยมากที่ยืนยันคุณสมบัติเชิงจิตมิติ เช่น ความเชื่อถือได้ความเที่ยวตรงของการประเมินแบบ 360 องศา ในด้านการบริหารเรายังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดถึงผลการประเมินพฤติกรรมต่อการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน การพัฒนาทักษะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริหาร เมื่อเทียบกับเกณฑ์ชี้วัดผลต่าง ๆ
เพื่ออะไร
เป้าหมายสำคัญของการนำการประเมินบุคคลแบบ 360 องศา มาใช้ก็เพื่อการวินิจฉัยการปฏิบัติงานเพื่อแสวงหาจุดเด่นและจุดด้อยในการปฏิบัติงานของพนักงาน หรือผู้บริหารแต่ละคน อันจะนำไปสู่การตัดสินใจของการบริหารงานในรูปแบบต่าง ๆ เป้าหมายสำคัญ คือ เพื่อพัฒนาเป็นสำคัญ การนำผลไปใช้ เพื่อการระบุความจำเป็นในการฝึกอบรม จะได้ผลมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำไปเพื่อการกำหนดค่าเม็ดเงินเดือนเพิ่มในรอบปี
ประยุกต์ใช้อย่างไร
แนวคิดการประเมินแบบ 360 องศา เป็นแบบหลายลักษณะที่ประเมินโดยผู้ประเมินหลายคน จึงนิยมใช้แบบสอบถามและแบบสำรวจพฤติกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ เครื่องมือมิใช่คำตอบที่จะแก้ปัญหาการประเมินขององค์การได้ แต่ระบบและนโยบายจะเป็นคำตอบ