จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น....... และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนที่ให้อภัยตนเอง
หน้าหลัก   ติดต่อเรา
ดาวน์โหลด(ตัวอย่างเอกสาร) LOGIN  
แบบฟอร์ม
นโยบายและแนวทางปฏิบัติ
คู่มือพนักงาน (ภาษาไทย)
คู่มือพนักงาน (ภาษาอังกฤษ)
บทสัมภาษณ์งาน
เบ็ดเตล็ด

Username
Password
» ลืมรหัสผ่าน
» สมัครสมาชิก
บริการของเรา
รับจัดทำเงินเดือน
แปลเอกสารไทย-อังกฤษ
ขอวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน
จดทะเบียนธุรกิจ
ชมรมบริหารงานบุคคล
นวนคร(ประเทศไทย)
รังสิต
อยุธยา
นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
อมตะนคร
ชลบุรี
อีสเทิร์นซีบอร์ด(ระยอง)
จังหวัดราชบุรี
หัวหิน ชะอำ
เกาะสมุย
สมาคมจัดการงานบุคคลฯ
สมาคมการบริหารงานบุคคล
สมาคมบริหารฯรัฐวิสาหกิจ
รวมลิ้งค์ตามหมวดหมู่
จัดหางาน
รับเหมาแรงงาน
แหล่งงาน
บริการทดสอบก่อนเข้าทำงาน
ตรวจสุขภาพ
ประกันหมู่
รับจัดกิจกรรม
ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เครื่องแบบพนักงาน
เครื่องบันทึกเวลา

ซอฟท์แวร์งานบุคคล

รถรับส่งพนักงาน
บริการรับส่งเอกสาร
แม่บ้าน รับทำความสะอาด
บริการรักษาควมปลอดภัย
รับจัดเลี้ยง
ของขวัญ ของชำร่วย
เครื่องเขียน
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
อุปกรณ์สำนักงาน
ลิ้งค์หน่วยงานราชการ
กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมการจัดหางาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
กรมสรรพากร
กรมพัฒนฝีมือแรงงาน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไทย
บีโอไอ
แนะนำเวบไซต์นี้ให้เพื่อน
Mail


ความรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจ

ปัจจัยที่มีส่วนในการพิจรณาเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจ

ขนาดของธุรกิจ 
            ถ้าเป็นกิจการขนาดเล็ก ควรเลือกรูปแบบที่เป็นคนๆเดียวเป็นเจ้าของ  แต่ถ้ากิจการขนาดกลางหรือใหญ่  ก็ควรจะเลือกรูปแบบห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ประเภทของธุรกิจ
            ถ้าหากเป็นร้านเสริมสวยเล็กๆ  ก็ควรเลือกรูปแบบคนๆเดียวเป็นเจ้าของ  หรือถ้าธุรกิจการค้าด้านอสังหาริมทรัพย์  ก็ควรจะเลือกรูปแบบเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
มีกฎหมายที่กำหนดรูปแบบของธุรกิจนั้นๆหรือไม่
            ในการประกอบธุรกิจบางประเภท  จะมีกฎหมายกำหนดรูปแบบไว้  เช่น  ธนาคาร  ตามพระราชบัญญัติการธนาคาร  ซึ่งกำหนดให้ต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น
ค่านิยมหรือความเชื่อมั่นในรูปแบบขององค์การทางธุรกิจ
            ค่านิยมปัจจุบันมักจะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดมากกว่าห้างหุ้นส่วน  เพราะมีความเชื่อมั่นว่า บริษัทจำกัดเป็นกิจการที่ใหญ่ มีความน่าเชื่อถือกว่าห้างหุ้นส่วน  นอกจากนี้ หากบริษัทจำกัดมีความประสงค์จะระดมเงินทุนจากประชาชนโดยไม่มีดอกเบี้ยซึ่งเป็นต้นทุน  บริษัทจำกัดก็สามารถที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดได้
ความรับผิดตามกฎหมาย
            ความรับผิดทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนเป็นคณะบุคคล  ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ผู้ที่มีอำนาจในการกระทำการแทนของแต่ละรูปแบบก็จะแตกต่างกันไป
รูปแบบในการเสียภาษีอากร
            ในแต่ละรูปแบบมีรูปแบบการเสียภาษีจากการประกอบการต่างกัน   ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกับหัวข้ออื่นๆ  เพื่อความราบรื่นของการประกอบธุรกิจด้วย

การจดทะเบียนบริษัท (COMPANY REGISTRATION)
การดำเนินการจัดตั้งบริษัทนั้น มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : จองชื่อ
         ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการของบริษัทจะต้องขอตรวจและจองชื่อบริษัทเสียก่อน  การตั้งชื่อบริษัททั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อย่างน้อย 1 ชื่อแต่ไม่เกิน 3 ชื่อ ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนไม่ได้ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติชื่อ โดยสามารถซื้อคำขอ และแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงาน พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือสามารถจองชื่อได้ทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.dbd.go.th
ขั้นตอนที่ 2 : จดหนังสือบริคณห์สนธิ
         เตรียมจำนวนผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 7 คน และจะต้องมีสัดส่วนของคนไทยถือหุ้นอย่างน้อย 51 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มิฉะนั้นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นจะเข้าข่ายธุรกิจต่างด้าว และในขั้นตอนนี้จะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษัท แล้วจัดทำคำขอจดหนังสือบริคณห์ และเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียน เพื่อตรวจพิจารณา ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะจ้างคนต่างด้าว และขอใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ขั้นต่ำ 2,000,000 บาท ต่อ คนต่างด้าว 1 คน
ขั้นตอนที่ 3 : จดทะเบียนบริษัท
         หลังจากจดหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว อย่างน้อย 14 วัน จะต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท  โดย จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา  รายละเอียดที่จะต้องมีได้แก่   ที่ตั้งบริษัท จำนวนทุนที่ชำระ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน กรรมการบริษัท และผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท และเมื่อยื่นแบบฯการจดทะเบียนต้องมีตรายางบริษัทมาประทับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ การลงลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการ จะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอด้วยตนเองจะมอบหมายบุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนไม่ได้ จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงต้นฉบับบัตรประจำตัว หรือ ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการไม่สามารถลงลายมือชื่อ ต่อหน้านายทะเบียน ให้ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการลงลายมือชื่อต่อหน้าสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา หากท่านต้องการหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ท่านสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ1-7 และส่วนจดทะเบียนกลางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือทาง www.dbd.go.th
การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบไปด้วยหุ้นส่วน 2 จำพวก ดังนี้คือ
(1) หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
(2) หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน
การดำเนินการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด
ขั้นตอนที่ 1 : จองชื่อ
       ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด  ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องขอตรวจและจองชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน  ตั้งชื่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อย่างน้อย 1 ชื่อแต่ไม่เกิน 3 ชื่อ ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนไม่ได้ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติชื่อ โดยสามารถซื้อคำขอ และแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงาน พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือสามารถจองชื่อได้ทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.dbd.go.th

ขั้นตอนที่ 2 : จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
       หลังจากได้รับอนุมัติชื่อแล้ว  จะต้องนำไปจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ภายใน 30 วัน โดยจัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา  รายละเอียดที่จะต้องมีได้แก่

  1. ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด
  2. รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เป็นหุ้นส่วน /ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ /ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ
  3. ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา
  4. วัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วน / ประเภทธุรกิจ
  5. ตราสำคัญของห้างหุ้นส่วน

       เมื่อยื่นแบบฯการจดทะเบียนต้องมีตรายางของห้างหุ้นส่วนจำกัดมาประทับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ การลงลายมือชื่อของหุ้นส่วนผู้จัดการ จะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอด้วยตนเองจะมอบหมายบุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนไม่ได้ จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงต้นฉบับบัตรประจำตัว หรือ ในกรณีที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อ ต่อหน้านายทะเบียน ให้ลงลายมือชื่อต่อหน้าสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นจดทะเบียนแทนได้กรณีต้องการหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และหนังสือรับรองรายการในทะเบียน ท่านสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ1-7 และส่วนจดทะเบียนกลางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด หรือทาง www.dbd.go.th

ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ หรืออื่นๆ (LICENSES)
       ใบอนุญาต ในการประกอบธุรกิจของบริษัทนั้น บางธุรกิจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือบัตรต่างๆ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ซึ่งใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอาจแบ่งได้ตามลักษณะกิจการ ดังนี้คือ
1. ภัตตาคาร / ร้านอาหาร
ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร
ใบอนุญาตขายสุรา
ใบอนุญาตขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศไทย
ใบอนุญาตขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศ
2. ทัวร์
ใบอนุญาตการทำบริษัททัวร์ ซึ่งต้องเสียค่าหลักประกัน ซึ่งมี 3 แบบ คือแบบเฉพาะพื้นที่ 10,000 บาท แบบทัวร์ในประเทศ (Inbound) 50,000 บาท และทัวร์ต่างประเทศ (Outbound) 100,000 บาท
3. บัตรนำเข้า – ส่งออก (Smart Card)
บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการระดับบัตรทอง
บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการ
บัตรผู้รับมอบอำนาจ
4. อื่น ๆ
ภาษีอากร (TAXATION SERVICES )
       ภาษีอากร มีหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจพิเศษ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฯลฯ ผู้มีเงินได้ในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯเสียภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ดังนั้นเมื่อท่านมีการจัดตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรในเรื่องเกี่ยวกับภาษีต่างๆ โดยต้องดำเนินการเสนอข้อมูลของบริษัทให้กรมสรรพากรทราบ โดยการยื่นแบบแสดงรายการต่างๆ เช่น
1) ภ.พ.30 คือแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บในอัตราภาษีร้อยละ 7 เป็นแบบแสดงรายได้ และค่าใช้จ่าย ของบริษัทในแต่ละเดือนกำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
2) ภ.ง.ด.1 คือแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ประเภท 40 (1) และ (2) ซึ่งแสดงถึงเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่บริษัทต้องจ่ายให้กับพนักงานกำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
3) ภ.ง.ด.3 คือแบบการหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา เนื่องจากกฎหมายภาษีอากรระบุให้ผู้รับจ่ายเงินมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย จากผู้มีเงินได้ (ผู้รับเงิน) เพื่อนำไปยื่นกับกรมสรรพากร ซึ่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องหัก ณ ที่จ่าย มีการหักได้ดังนี้คือ
- ค่าเช่า 5 % - ค่าบริการหรือค่าจ้าง 3 % - ค่าโฆษณา 2 % - ค่าขนส่ง 1 % - อื่น ๆ
4) ภ.ง.ด.53 คือแบบการหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน ลักษณะและรูปแบบเหมือนกับ ภ.ง.ด.3 กำหนดยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เช่นเดียวกับ ภ.ง.ด.3
5) ภ.ง.ด.51 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ซึ่งเป็นประมาณการรายได้ และค่าใช้จ่ายของบริษัททั้งปีว่ามีกำไรหรือขาดทุน เพื่อดำเนินการเสียภาษีก่อนในกรณีที่มีกำไรและต้องยื่นชำระภาษีครึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิทั้งปี ที่คาดว่าจะได้รับ และกำหนดยื่นแบบฯภายใน 60 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดรอบบัญชีครึ่งปีของบริษัท
6) ภ.ง.ด.50 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี เป็นการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัททั้งปี ว่ามีกำไรหรือขาดทุน ในกรณีที่มีกำไรและต้องเสียภาษี แต่สามารถนำจำนวนเงินที่ยื่นไว้ใน ภ.ง.ด.51 ที่ชำระแล้วมาคำนวณหักลบกันได้ และกำหนดยื่นแบบฯภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท
7) ภ.ง.ด. 91 คือแบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเงินได้ของบุคคลที่เกิดขึ้นในปีภาษีโดย ต้องชี้แจงรายได้ต่อกรมสรรพากรเพื่อแสดงรายได้ในปีภาษีทั้งหมดแล้วนำมาคำนวณภาษีที่ต้องชำระต่อกรมสรรพากร กำหนดยื่นแบบฯภายในเดือน มีนาคมของปีถัดไป